ห่วงเยาวชนไทยป่วยทางจิต กระทำผิดเพิ่ม

กรมสุขภาพจิต เผย ผู้ติดยาและป่วยทางจิตเข้าไม่ถึงบริการ ทำให้การรักษาไม่ต่อเนื่อง หวั่นเป็นชนวนกระทำผิดซ้ำย้ำเด็กและเยาวชนไทยน่าห่วงสุด คาดแนวโน้มเด็กกระทำผิดจากการป่วยทางจิตเพิ่มขึ้น

นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวเนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 43 ของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ในวันที่ 16 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ว่าปัญหาการกระทำความผิดรุนแรง ที่เกิดจากการเจ็บป่วยทางจิต หรือผู้ป่วยนิติจิตเวชนั้น เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เมื่อเปรียบเทียบกับการกระทำความผิดจากบุคคลที่สภาพจิตปกติ การมีโอกาสเข้าถึงบริการด้านการรักษาได้น้อยและไม่ต่อเนื่อง ตลอดจนขาดการดูแลเอาใจใส่จากบุคคลในครอบครัว ย่อมส่งผลให้อาการป่วยทางจิตรุนแรงขึ้นเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายร้ายแรงทั้งต่อตนเองและผู้อื่น รวมทั้งเป็นเหตุให้ก่อคดีซ้ำได้

ทั้งนี้ ในปี2556โรงพยาบาลและสถาบันสังกัดกรมสุขภาพจิต ได้ให้การบำบัดรักษาผู้ป่วยนิติจิตเวช จำนวน 3,549ราย(สถาบันกัลยาณ์ฯ1,671ราย หน่วยงานอื่นๆ1,878ราย) จากคดียาเสพติดมากที่สุดรองลงมา คือ คดีทำร้ายร่างกายและคดีลักทรัพย์ และป่วยด้วยโรคจิตเภทมากที่สุด

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่ากลุ่มเด็กและเยาวชนไทยเป็นกลุ่มที่น่าห่วง ซึ่งจากข้อมูลสถิติการกระทำผิดของเด็กและเยาวชน ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พบว่า ในรอบ5ปี (ปี2552-2556)เด็กและเยาวชนไทย อายุ 10-18 ปี ถูกดำเนินคดีโดยสถานพินิจฯ ทั่วประเทศไม่น้อยกว่า30,000คดีต่อปีล่าสุด ปี 2556 พบ 37,433คดี เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่มี 34,276 คดี โดยในจำนวนนี้มีจำนวนคดีที่เป็นการกระทำผิดซ้ำ ในปี 2555ร้อยละ19.98(6,849คดี) และร้อยละ12.99 (4,864คดี) ในปี 2556 กล่าวคือทุก5-7คดี จะมีการกระทำผิดซ้ำ1คดีคดีเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษประเภทยาบ้า หรือแอมเฟตามีน ยังคงเป็นการกระทำผิดที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนไทยมากที่สุด และเป็นคดีที่กระทำผิดซ้ำมากที่สุดอีกด้วย

นอกจากนี้ในจำนวนคดีที่กระทำผิดทั้งหมด ในปี2553-2554 พบว่า มีสาเหตุมาจากการป่วยทางจิต ประมาณร้อยละ0.17 (75คดี) และร้อยละ0.09(32คดี) ตามลำดับ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า ยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้า อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กและเยาวชนไทย มีอาการป่วยทางจิต และส่งผลให้เกิดการกระทำผิดอื่นๆ ตามมา ซึ่งคาดว่า สถิติเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดจากการป่วยทางจิตอาจมีจำนวนมากกว่านี้ และที่เห็นว่ายังมีจำนวนน้อย อาจเป็นเพราะการกระทำผิดไม่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย เนื่องจากคู่กรณีเห็นว่าผู้กระทำผิดเป็นเด็กและป่วยทางจิต รวมทั้งการมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการรักษา จึงทำให้ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยทางจิต