ศูนย์อาหาร เมนูน่าลอง เมื่อไปต่างประเทศ

ศูนย์อาหาร เมนูน่าลอง เมื่อไปต่างประเทศ ข้อดีของการไปเรียนต่อต่างประเทศนอกจากจะได้ประสบการณ์ชีวิตใหม่ ๆ เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมในต่างแดนแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรพลาดนั่นก็คือ “อาหารการกิน” ถือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่สามารถบ่งบอกได้ถึงความเป็นอยู่ของผู้คนในแต่ละท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี หากเรามีโอกาสได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศ หรือได้ไปเที่ยวยังประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเทศอะไรก็ตาม ก็ไม่ควรพลาดที่จะได้ลิ้มลองอาหารประจำท้องถิ่นนั้น ๆ

1. Fish & Chip
fishnchips เมนูแรกเป็นอาหารประจำชาติของประเทศอังกฤษ “ฟิชแอนด์ชิปส์ (Fish & Chip)” เมนูยอดนิยมจากเมืองผู้ดี ที่รับประทานกันมาตั้งแต่ยุคหลังศตวรรษที่ 19 ประกอบด้วย “Fish” คือ ปลาชุปเกร็ดขนมปังทอด เนื้อปลาที่นำมาทำสามารถใช้ปลาได้หลายชนิดและต้องเป็นเนื้อปลาชิ้นโต ๆ ชิ้นเดียว นำกางออกให้เรียบร้อย ต้นตำรับดั้งเดิมจะเป็นปลาคอด (Cod) และ “Chips” หรือ มันฝรั่งทอด เหมือนกับเฟร้นช์ฟรายส์ แต่หนากว่า คนอังกฤษจะเรียกว่า “ชิพ” ไม่เรียก “เฟร้นช์ฟรายส์” แบบคนอเมริกัน เสิรฟ์พร้อมทาทาร์ซอส นอกจากจะมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานคู่กับประเทศอังกฤษแล้วฟิชแอนด์ชิปส์ ยังเป็นเมนูที่หาทานง่ายที่สุดในประเทศอีกด้วย

2. Cheeseburger
หากพูดถึงอาหารยอดนิยมของชาวอเมริกัน ก็คงจะหนีไม่พ้น “ชีสเบอร์เกอร์” อาหารสุดคลาสสิคในแบบอเมริกันสไตล์ แม้หลายคนจะมองว่าเป็นอาหาร Junk Food ก็ตามแต่แฮมเบอร์เกอร์ก็ยังคงเป็นอาหารยอดฮิตในอเมริกา เพราะราคาถูก พกพาง่าย ที่สำคัญหาได้ทั่วไปไม่ว่าจะอยู่เมืองไหน จนกลายเป็นอาหารประจำชาติของอเมริกาไปโดยปริยาย นอกจากแฮมเบอร์เกอร์ตามร้าน Fast Food ทั่วไปแล้วในอเมริกา ยังมีร้านเบอร์เกอร์ที่เปิดขายตามร้านอาหาร จัดเป็นอาหารชั้นเลิศและมีราคาที่ค่อนข้างสูง จนมีการจัดอันดับ The Best Burgers in America กันเลยทีเดียว

3. Currywurst
“เคอร์รี่เวิร์ส หรือ ไส้กรอกราดซอสผงกะหรี่” อาหารขึ้นชื่อของประเทศเยอรมนี ถ้าใครได้มีโอกาสมาเยือนบอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด เป็นที่รู้กันว่าประเทศเยอรมนีมีชื่อเสียงโด่งดังมากในเรื่อง “ไส้กรอก” ที่มีมากกว่า 1,500 ชนิด จะพบร้านขายไส้กรอกขายอยู่ริมถนนเกือบทุกที่ในประเทศ โดยเฉพาะในกรุงเบอร์ลิน Currywurst ได้รับความนิยมมาก ๆ ทำจากไส้กรอกย่างราดซอสมะเขือเทศและมัสตาร์ด โรยด้วยผงกะหรี่ กินกับมันฝรั่งทอด หรือจะเป็นขนมปัง เมนูธรรมดา ๆ ที่หากินได้ทั่วไป

4. Baguettes
เมื่อได้มีโอกาสมาเยือนประเทศฝรั่งเศส ต้องไม่พลาดที่จะไปชิม “Baguettes (บาแก็ต)” หรือ “ขนมปังฝรั่งเศส” ที่มีลักษณะเป็นแท่งยาวกว่า 2 ฟุต และพิเศษกว่าขนมปังทั่วไปตรงที่กรอบนอกนุ่มใน เวลาทานมักบิออกด้วยมือ หรือฝานออกเป็นชิ้น ๆ ทานกับเนย หรือแยม เป็นขนมปังที่คนฝรั่งเศสกินกันอย่างแพร่หลายจนแทบจะกลายเป็นขนมปังประจำชาติ จนคนส่วนใหญ่จึงเรียกบาแก็ตว่า“ขนมปังฝรั่งเศส” นอกจากนี้ยังมีขนมปังอีกชนิดที่ขึ้นชื่อไม่แพ้กันก็คือ “ครัวซอง” เมนูที่ต้องลองชิมถ้ามีโอกาส

5. Lamington cake
ลามิงตัน ขนมหวานสัญชาติออสเตรเลีย มีลักษณะเป็นสปองจ์เค้ก ตัดเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสก้อนเล็ก ๆ ประมาณ 4 ซม. นำมาชุปน้ำเชื่อมไอซิ่งรสชอคโกแลต และคลุกด้วยมะพร้าวอบแห้ง ขนมขึ้นชื่อของประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบันมีการพัฒนาให้มีหลายรสชาติ และหลากหลายเนื้อเค้กให้เลือกทาน บางสูตรมีการแบ่งเป็นเลเยอร์คั่นด้วยครีม หรือแยมสตอเบอร์รี่ตรงกลาง ครอบครัวชาวออสซี่นิยมทำเค้กลามิงตันในวันเฉลิมฉลองต่าง ๆ ด้วยสูตรและวิธีทำที่ง่ายมากสามารถทำเองที่บ้านได้

6. ปูแตง (Poutine)
Poutine หรือ ปูแตง อาหารคาเนเดีย ที่เราอาจไม่คุ้นหน้าคุ้นตาสักเท่าไหร่ แต่บอกได้เลยว่าเป็นอีกหนึ่งอาหารยอดนิยมในประเทศแคนาดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวแคนาดาเชื้อสายฝรั่งเศส “ปูแตง” จะประกอบไปด้วย เฟร้นช์ฟรายด์ โรยด้วยชีส (cheese curd) บางสูตรอาจเพิ่มเบคอน และผักลงไป และสุดท้ายราดด้วยซอสเกรวี่ โดยมีต้นกำเนิดมาจากรัฐควิเบก และมีขายทั่วไปในประเทศแคนาดา ที่สำคัญราคาไม่แพงตกอยู่ที่ประมาณ $5 เท่านั้น

7. ซุปบอร์ช (Borscht)
อาหารพื้นเมืองรัสเซียสุดคลาสิค สีสันฉูดฉาดยั่วน้ำลายจานนี้มีชื่อว่า “Borscht (บอร์ช)” เป็นซุปบีทรูท ต้มกับมะเขือเทศ รวมถึงผักชนิดอื่น ๆ ตามแต่ละพื้นที่ เช่น หอมใหญ่ กระเทียม แครอท กะหล่ำปลี มันฝรั่ง บางสูตรอาจจะใส่เนื้อวัว หรือเบคอน ลงไปด้วย จะได้รสชาดหวาน ๆ จากผักและน้ำซุป พร้อมกับกลิ่นหอมของเนื้อที่ใส่ลงไป ทานคู่กับซาวครีม เวลากินจะต้องตักซาวครีมลงไปคนในซุปจะได้รสเปรี้ยว ๆ มัน ๆ อร่อยอย่าบอกใคร หากมีโอกาสได้ไปเยือนประเทศรัสเซียบอกเลยว่าเมนูนี้ห้ามพลาด

8. พิซซ่าญี่ปุ่น (Okonomiyaki)
ประเทศญี่ปุ่นต้องเรียกได้ว่าเป็นประเทศในฝันของหลายคน นอกจากวัฒนธรรมและภูมิประเทศที่สวยงามแล้ว ญี่ปุ่นยังเต็มไปด้วยอาหารอร่อยขึ้นชื่อ ไม่ว่าจะเป็น “ซูชิและซาชิมิ (Sushi & Sashimi)” และที่พลาดไม่ได้นั่นก็คือ “โอโคโนมิยากิ” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “พิซซ่าญี่ปุ่น” อาหารว่างที่นิยมทานกันมาตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลก พอสงครามสิ้นสุดคนก็เริ่มทานเป็นอาหารจานหลัก ประกอบด้วยไข่, กระหล่ำปลีซอย, เนื้อ, หมู, เบคอน, ปลาหมึก, กุ้ง, ต้นหอม, ผักต่าง ๆ, กิมจิ, โมจิ และชีส เอาเครื่องทุกอย่างใส่ลงไปในแป้ง คนรวมกันแล้วค่อยนำไปทอดบนกระทะ

9. ปาเอญ่า (Paella)
“ปาเอญ่า (Paella)” หรือ “ข้าวอบสเปน” อาหารขึ้นชื่อและเป็นอาหารประจำชาติของประเทศสเปน โดยการนำข้าวมาหุงกับเนื้อสัตว์ และเครื่องเทศด้วยน้ำสต็อกในกระทะแบนใหญ่ เวลาหุงเสร็จข้าวจะออกดิบ ๆ นิด ๆ และมีสีเหลืองเพราะใส่น้ำหญ้าฝรั่น (saffron) มีต้นกำเนิดมาจากแคว้นบาเลนเซีย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวอันดับต้น ๆ ของประเทศ เมนูนี้จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความเรียบง่ายทางขนบธรรมเนียมและประวัติศาสตร์ของแคว้นบาเลนเซียได้เป็นอย่างดี

10. เนื้อแกะย่าง (Spicy Lamb Skewers)
อาหารที่เห็นได้ทั่วไปตามท้องถนนของประเทศจีน คล้าย ๆ กับหมูปิ้งในบ้านเรา เมนูธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาอย่างที่คิด เพราะเนื้อที่ปิ้งอยู่นั่นเป็นเนื้อแกะ หรือเนื้อแพะย่างสไตล์ชาวอุยกูร์ซินเจียง หรือที่เรียกว่า “หยางโร่วช่วน” โดยเอาเนื้อแกะเสียบไม้ย่าง แล้วโรยด้วยพริกผสมหมาล่า กินเข้าไปแล้วจะชา ๆ ลิ้น อีกหนึ่งเมนูน่าลองและหากินง่ายในประเทศจีน ราคาตกไม้ละ 5-10 หยวน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 25-50 บาท

11. พิซซ่ามาร์การิต้า (Pizza Margherita)
อาหารอิตาเลี่ยนได้รับการยกย่องว่าเป็นอาหารที่มีรสชาติถูกปากที่สุดจนเป็นที่แพร่หลายรู้จักกันไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมนู“พิซซ่า” ขึ้นชื่อที่สุดของประเทศอิตาลีที่ต้องลองคือ “พิซซ่ามาร์การิต้า (Pizza Margherita)” เป็นพิซซ่าพื้นฐานที่มี 3 สี เหมือนกับสีของธงชาติอิตาลี ได้แก่ สีขาว ที่มาจากชีส, สีแดงมาจากส่วนประกอบมะเขือเทศ และสีเขียวก็มาจากใบโหระพา

12. โดเนอร์กะบับ (Döner Kebab)
อาหารประจำชาติตุรกี ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามท้องถนน ถ้าใครได้มีโอกาสต้องไม่พลาดที่จะชิม “โดเนอร์กะบับ (Döner kebab)” เป็นเนื้อแกะเสียบอยู่ในแท่งเหล็กที่วางแนวตั้งบนแท่นหมุน ย่างไฟจนเกรียมแต่ด้านในยังชุ่มฉ่ำ ถ้าเป็นต้นตำรับตุรกีแท้ ๆ จะมีแต่เนื้อแกะล้วน แต่อาจจะมีดัดแปลงเป็นเนื้อวัว หรือเนื้อไก่ให้เห็นบ้าง ซอสที่ราดกะบับโดยทั่วไปมี 2 อย่าง คือ ซอสขาวทำจากโยเกิร์ต และซอสพริก วิธีกินก็จะมีหลายแบบคือเฉือนเป็นชิ้นบาง ๆ วางบนแผ่นโรตีชิ้นเล็ก ๆ แล้วราดด้วยซอส หรือจะนำเนื้อมาวางบนแผ่นโรตีแผ่นใหญ่ ตามด้วยมะเขือเทศ แตงกวาดอง มันฝรั่ง และม้วน ก่อนรับประทานก็ได้

13. สตัมพอต (Stamppot)
Stamppotเนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีอากาศหนาวมาก ชาวดัตช์ต้องเผชิญกับความหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี อาหารจึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ชาวดัตช์สามารถทนทานต่อความหนาวเย็นได้ เมนูแนะนำที่ต้องลองเลยคือ สตัมพอต (Stamppot) ที่เรียกได้ว่าเป็นอาหารประจำชาติของเนเธอร์แลนด์ ทำจากมันฝรั่งบดผสมกับผักดองและเครื่องเทศ นิยมทานคู่กับเบคอน หรือไส้กรอก ชาวดัตช์นิยมทานมากในหน้าหนาว มีชื่อเรียกต่างกันไปตามผักที่มันผสมอยู่ เช่น stamppot andijvie, stamppot boerenkool, stamppot zuurkool เป็นต้น

14. ทาร์ตไข่โปรตุเกส (Pastel de nata)
ทาร์ตไข่ในตำนานขนมหวานขึ้นชื่อของประเทศโปรตุเกสที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานหลายร้อยปี ทาร์ตโปรตุเกส (Portuguese Tart) หรือที่เรียกว่า “Pastel de nata” ทำจากแป้งพายกรอบร่วน จากการนวดแป้งเพสตรี้ และข้างในเป็นไส้ที่เกิดจากส่วนผสมของไข่ น้ำตาล ครีม แล้วจึงนำไปอบด้วยกรรมวิธีพิเศษ จนทำให้มีลักษณะหน้าไหม้จากน้ำตาลที่ถูกความร้อนอบจนเกรียม แป้งพายหอมกรอบร่วนกำลังดี สุดท้ายแล้วก็โรยหน้าด้วยชินนามอน รับรองว่าอร่อยโดนใจวัยรุ่นอย่างแน่นอน

15. ฮังการี (Hungary)
ซุปจากประเทศฮังการีที่โด่งดังไปทั่วโ­ลก “กูลาช (Gulasch)” หรือ “ซุปเนื้อวัว” เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวฮังกาเรียน มักทำจากเนื้อวัว เนื้อหมู หรือเนื้อแกะ หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม คลุกเคล้ากับเกลือ นำไปทอดกับหอมใหญ่หั่นเป็นแว่น แล้วเคี่ยวไฟอ่อนๆ ในน้ำซุป สูตรฮังกาเรียนแท้ ๆ จะใช้ผงปรุงรสปาปริก้าที่ให้รสชาติเผ็ดร้อน ทานคู่กับพาสต้า มันฝรั่งอบ หรือจะราดข้าวสวยร้อน ๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน รสชาติจะคล้ายกับสตูในบ้านเรา